ปัญหานกเขาไม่ขันในวัยรุ่น มีแนวโน้มมากขึ้น

อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย (Erectile Dysfunction หรือ ED) หรือเรียกแบบไทยๆ ว่า “นกเขาไม่ขัน” หรือ “มะเขือเผา” นั้น โดยปกติจะมีแนวโน้มเกิดกับคนมีอายุ ด้วยเหตุผลตามสภาพร่างกายที่เสื่อมไปตามวัย แต่จากสภาพสังคมและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป ทำให้พบความเสี่ยงต่ออาการ นกเขาไม่ขัน ในวัยรุ่นและวัยทำงานมากขึ้น จนอาจกลายเป็นเรื่องปกติในอนาคตอันใกล้

ภัยร้ายสำหรับหนุ่มๆ

วารสารทางการแพทย์ของอเมริกาในปี 2013 เคยมีการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวนหนึ่ง พบว่ามีผู้ชายถึง 26% ที่พบปัญหาเรื่องการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ตั้งแต่วัยก่อน 40 ปี หรือ คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 4 ของหนุ่มวัยก่อน 40 ปีจากกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งถือว่ามากกว่าสมัยก่อน แล้วยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี รวมถึงวัย 21-22 ปี ก็เริ่มมีคนเสือมสมรรถภาพก่อนวัยอันควร

ปัญหาที่หนักยิ่งกว่า คือ ไม่พร้อมตอนชรายังพอทำใจได้ แต่ไม่พร้อมตอนวัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงเจริญพันธุ์, มีความรัก หรือ กำลังมีครอบครัว ย่อมสร้างปัญหาทางสภาพจิตใจ อาจเกิดปัญหาโรคซึมเศร้า ที่พบเห็นบ่อยครั้งในสังคมไทย รวมทั้งปัญหา ความแตกแยกในคู่รักและครอบครัว

ต้นเหตุของการเสื่อมสมรรถภาพ

มีสาเหตุเสื่อมสมรรถภาพทางเพศผู้ชาย หลายประการที่เป็นไปได้ สำหรับวัยรุ่นตัดประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ “สภาพร่างกายที่เสื่อมถอยตามวัย” ไป หลักๆ จะเหลืออยู่ไม่กี่ประเด็นที่ทำให้เกิดอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศก่อนวัยอันควรได้

  • การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์
  • น้ำหนักตัว โรคอ้วน ไม่ออกกำลังกาย สุขภาพไม่แข็งแรง
  • ความอ่อนล้าของร่างกาย จากการทำงานหนัก
  • การใช้ยาที่มีผลต่อร่างกายหรือสมองเพื่อรักษาโรคประจำตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่ออวัยวะเพศโดยอ้อม
  • ความผิดปกติทางสมอง ฮอร์โมนเพศ หรือ บริเวณไขสันหลัง
  • ปัญหาทางอารมณ์ ความเครียด ปัญหาทางจิตใจ

วิธีแก้ไขและฟื้นฟู

อาการนกเขาไม่ขัน ฟังดูอาจน่ากลัว แต่ต้นเหตุของการเกิดส่วนใหญ่ไม่ได้ซับซ้อน ไม่ใช่โรคร้าย หรือ โรคติดต่อ แทบไม่ได้เกิดจากสิ่งเร้ารอบตัวเลย

ถ้าเกิดในวัยรุ่น เหตุผลหลักๆ ขอให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเกิดจากวิธีการใช้ชีวิตของคุณเอง เครียดเกินไปจากเรื่องงานหรือครอบครัว ดื่มสูบ ดื่มเหล้ามากเกินไป ไม่ออกกำลังกาย โรคอ้วน เลี่ยงการใช้ยาบางประเภท และอื่นๆ แก้ไขได้โดยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ดีขึ้น หมั่นออกกำลังกาย, งดพวกบุหรี่-สุรา, ทานพวกสมุนไพร หรือ เลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ได้รับการรับรองจาก องค์การอาหารและยา (อย.)

นอกเหนือจากสาเหตุข้างต้น แล้วยังไม่ดีขึ้น ต้นเหตุอาจมาจากสภาพร่างกายที่ผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อขอรับคำแนะนำในการรักษา